Engoo บล็อก ภาษาอังกฤษวัยทำงาน

8 วิธีในการบอกว่า “ช่วยเร่งให้หน่อย” เป็นภาษาอังกฤษอย่างสุภาพ

8 วิธีในการบอกว่า “ช่วยเร่งให้หน่อย” เป็นภาษาอังกฤษอย่างสุภาพ

บางครั้งคุณก็อาจมีงานด่วนที่ต้องขอให้คนอื่น ๆ ช่วย เร่ง ทำให้เสร็จ และการเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายว่าคุณกำลังรีบในสถานการณ์ที่เป็นทางการ เช่น ในที่ทำงาน ก็นับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะถ้าพูดตรงจนเกินไป คำพูดของคุณอาจฟังดูหยาบคายได้

แล้วเราควรทำอย่างไรกันล่ะ

ในวันนี้ Engoo จะมาแนะนำตัวอย่างสำนวนในการสื่อสารถึงความต้องการเร่งด่วนของคุณอย่างสุภาพและเหมาะสม ขอเพียงจดจำให้ขึ้นใจ คุณก็จะสามารถหยิบยกไปใช้ได้ในเวลาที่จำเป็น

1. As quickly as you can (โดยเร็วที่สุด)

สำนวนแรกของบทความวันนี้เป็นสำนวนที่ใช้ในการบอกอย่างตรงไปตรงมาแต่นุ่มนวลว่า คุณต้องการสิ่งนั้น ๆ อย่างเร่งด่วน

แน่นอนว่าไม่ควรลืมใส่คำว่า “please” เข้าไปด้วย

We need to send this document to the client today. Please review it as quickly as you can and let me know when you’re finished.

เราจำเป็นต้องส่งเอกสารฉบับนี้ให้กับลูกค้าภายในวันนี้ คุณช่วยเร่งตรวจทานโดยเร็วที่สุด และแจ้งให้ฉันทราบเมื่อตรวจทานเสร็จสิ้นแล้วได้หรือไม่

2. I’d appreciate it if you could hurry (ถ้าสามารถเร่งให้ได้จะขอบคุณมาก)

คำว่า “appreciate” จะช่วยบอกให้อีกฝ่ายทราบว่าคุณรู้สึกขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วย เร่ง ทำสิ่งนั้น ๆ ให้ โดยมากแล้วสำนวนลักษณะนี้มักใช้พูดกับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า

และเพื่อให้ฟังดูเป็นมิตร คุณควรใช้น้ำเสียงและสีหน้าที่สุภาพในระหว่างที่สื่อสารด้วย

Can you deliver these documents to the finance department, please? I’d appreciate it if you could hurry.

รบกวนคุณช่วยเอาเอกสารเหล่านี้ไปส่งให้กับฝ่ายการเงินหน่อยได้ไหม ถ้าสามารถเร่งให้ได้จะขอบคุณมากเลย

การบอกขอบคุณหลังอีกฝ่ายตอบรับคำขอก็สามารถช่วยให้การสื่อสารของคุณฟังดูเป็นมิตรและสุภาพมากขึ้นได้เช่นกัน

3. If it’s not too much trouble (ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป)

คุณสามารถใช้สำนวนนี้เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ในทุก ๆ กรณี เพราะสำนวนนี้เป็นการแสดงออกว่าคุณไม่ได้ออกคำสั่ง แต่กำลังขอร้องอีกฝ่าย

If it’s not too much trouble, could you look after my son while I go to my doctor’s appointment tomorrow?

ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คุณช่วยดูแลลูกชายของฉันระหว่างที่ฉันไปพบแพทย์ตามนัดในวันพรุ่งนี้ได้ไหม

If it’s not too much trouble, could you deliver it today by 4?

ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คุณช่วยส่งงานชิ้นนี้ภายใน 4 โมงวันนี้ได้ไหม

4. I’m sorry to rush you (ขอโทษที่เร่ง)

วิธีการหนึ่งที่สุภาพและเหมาะสมอย่างยิ่งในการร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนคือการกล่าวขอโทษ

I’m sorry to rush you, but it would be great if you could complete it before the end of the day.

ฉันขอโทษที่ต้องเร่งคุณ แต่ถ้าคุณสามารถทำงานนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนหมดวันได้จะดีมาก ๆ เลย

I'm sorry to rush you, but we're behind schedule, so I need those documents quickly.

ฉันขอโทษที่ต้องเร่งคุณ แต่ว่างานของเราล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ฉะนั้น ฉันจำเป็นต้องได้เอกสารเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด

5. It would be great if ~ (ถ้า… จะดีมาก)

สำนวนนี้ใช้ในการสื่อสารว่าคุณต้องการให้สิ่งนั้น ๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว และไม่อยากกดดันอีกฝ่ายมากจนเกินไป ดังนั้น หากสิ่งนั้น ๆ จำเป็นต้องได้รับการดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามเวลาที่กำหนดจริง ๆ คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้สำนวนนี้ แล้วเลือกใช้สำนวนที่เหมาะสมยิ่งกว่าแทน

It would be great if you could finish cleaning before our guests arrive.

ถ้าคุณสามารถทำความสะอาดให้เสร็จก่อนที่แขกจะมาถึงได้จะดีมากเลย

คำคุณศัพท์อื่น ๆ ที่มีความหมายดี เช่น “fantastic” หรือ “awesome” ก็สามารถนำมาใช้แทนคำว่า “great” ได้เช่นกัน

It would be fantastic if we could get all of this done in the next few hours.

ถ้าเราสามารถทำงานนี้ให้เสร็จได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะยอดเยี่ยมมาก

6. I’ll need that soon (ฉันต้องการงานชิ้นนั้นโดยด่วน)

สำนวนนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมามากกว่าสำนวนอื่น ๆ ที่ได้แนะนำไปก่อนหน้าเล็กน้อย ทำให้สำนวนนี้เหมาะกับการใช้ในสถานการณ์ที่คุณอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าอีกฝ่าย โดยคุณสามารถเติมสำนวนอื่น ๆ ลงไปในการสื่อสาร เพื่อให้ข้อความของคุณฟังดูสุภาพและนุ่มนวลขึ้นได้

I’m sorry to trouble you, but I’ll need that before I leave the office today.

ขอโทษที่รบกวนนะ แต่ฉันอยากได้งานชิ้นนั้นก่อนที่ฉันจะออกจากออฟฟิศในวันนี้

7. ASAP (โดยเร็วที่สุด)

ASAP ย่อมาจาก “as soon as possible” โดยเรามักจะพบได้บ่อยทั้งในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน โดยสำนวนนี้เป็นสำนวนในการร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่ตรงไปตรงมาที่สุด โดยคุณสามารถเติมคำขอโทษลงไปในการสื่อสารเพื่อให้ข้อความฟังดูนุ่มนวลขึ้นได้

I’m sorry, but I need that information ASAP.

ขอโทษที่รบกวน แต่ฉันจำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นโดยเร็วที่สุด

I don’t mean to rush you, but could you call me ASAP so we can discuss the event tomorrow?

ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะเร่งคุณ แต่ฉันต้องการหารือเกี่ยวกับงานอีเวนต์ในวันพรุ่งนี้ รบกวนคุณช่วยโทรกลับหาฉันโดยเร็วที่สุดได้ไหม

8. This is a priority (งานนี้ต้องมาก่อน)

priority หมายถึง สิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าจะในสถานการณ์ของชีวิตประจำวันหรือการทำงาน สิ่งที่เป็น priority จะต้องได้รับการดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนสิ่งอื่น ๆ

I know you have other things to work on, but this project is a priority now.

ฉันรู้ว่าคุณมีงานอื่นที่ต้องทำ แต่ตอนนี้โปรเจ็คนี้ต้องมาก่อน

นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้คำว่า “prioritize” ซึ่งเป็นรูปกริยาของ priority ได้ด้วย

Could you prioritize this assignment before working on other tasks? Thanks so much.

รบกวนคุณช่วยทำงานนี้ก่อนงานอื่น ๆ ได้ไหม ขอบคุณมาก

สรุป

การสื่อสารกับผู้อื่นด้วยความสุภาพและความเคารพนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรยึดถือแม้ในสถานการณ์เร่งด่วน

การใช้สำนวนที่ Engoo ยกขึ้นมาแนะนำในวันนี้ร่วมกับน้ำเสียงและรอยยิ้มที่สุภาพจะช่วยให้คุณได้รับความช่วยเหลือที่ต้องการได้อย่างราบรื่นและไม่ขุ่นข้องหมองใจกับคนที่คุณไปขอความช่วยเหลือ

หากมีโอกาส ในอนาคต Engoo จะมาแนะนำวิธีการสื่อสารอย่างสุภาพในสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ทุกคนได้เรียนรู้กันอีก สำหรับเนื้อหาในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามได้ทาง Engoo Blog