
Shadowing เทคนิคดี ๆ ในการพัฒนาทักษะการพูด

หลาย ๆ ครั้งเราก็รู้สึกว่าภาษาอังกฤษของเราพัฒนาไปเยอะมากแล้ว เราอาจเสพคอนเทนต์ภาษาอังกฤษบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างสนุกสนาน ตอบอีเมลงานเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องปรื๋อ แต่พอถึงเวลาที่ต้องพูดทีไรกลับพูดออกมาตะกุกตะกัก ติด ๆ ขัด ๆ เหมือนปากกับลิ้นขยับได้ไม่ตรงตามใจ
วันนี้ Engoo จะมาแนะนำเทคนิคการฝึกพูดด้วยตัวเอง เพื่อช่วยให้ทุกคนพูดและออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วตามต้องการ
เทคนิคนั้นก็คือการ Shadowing นั่นเอง
Shadowing คืออะไร

Shadowing คือ การฟังเสียงพูดของเจ้าของภาษา แล้วเลียนเสียงตามเกือบจะทันทีแบบคำต่อคำ โดยไม่ต้องรอให้ต้นฉบับพูดจนจบ เหมือนกับเงาที่ตามติดตัวเราเวลาเดินอยู่ใต้แสงสว่าง
เทคนิคนี้เป็นการฝึกฝนทักษะการพูดที่ไม่ง่ายนัก เพราะเราจะต้องพูดสารเดิมที่ได้ยินและรับฟังสารใหม่ไปในขณะเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สามารถพัฒนาทักษะการพูด รวมถึงการฟังได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หากเราฝึกฝนอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
Shadowing มีประโยชน์อย่างไร

หลาย ๆ คนมองว่าเทคนิค Shadowing ไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะเป็นการลอกเลียนแบบการออกเสียงที่เราได้ยิน และไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจเนื้อความที่ใช้สักเท่าไหร่
แต่นั่นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะหากทำอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว การ Shadowing จะทำให้เราเกิดความคุ้นชินกับการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ จนสามารถสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติในที่สุด โดยสามารถระบุประโยชน์ได้คร่าว ๆ 3 ข้อ ดังนี้
- พัฒนาการออกเสียง: การเลียนแบบการออกเสียงของเจ้าของภาษาจะช่วยให้เราคุ้นเคยกับการใช้น้ำเสียง รูปแบบการเน้นเสียงในแต่ละพยางค์ และสำเนียงสูงต่ำ จึงส่งผลให้เราออกเสียงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
- พัฒนาการฟัง: หลายครั้งลักษณะการพูดในสถานการณ์จริงมักจะเร็วและมีความซับซ้อนมากกว่าในบทเรียน การฝึกฝนด้วยเทคนิคนี้จะช่วยให้เราคุ้นชินกับลักษณะและความเร็วในการพูดของเจ้าของภาษา รวมถึงประมวลผลสารที่ได้รับในสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วย
- พัฒนาความคล่องแคล่วในการพูด: ภาษาแม่จะทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะที่ใช้ในการพูดของเราคุ้นชินกับการออกเสียงเฉพาะ ทำให้ออกเสียงอื่น ๆ ในภาษาอังกฤษที่ไม่มีในภาษาไทยได้ยาก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราพูดออกมาตะกุกตะกัก แม้จะมีคอนเทนต์อยู่ในหัวก็ตาม
การ Shadowing บ่อย ๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อและอวัยวะเกิด Muscle Memory เช่น ลักษณะของรูปปากและการวางตำแหน่งลิ้นขณะออกเสียง ทำให้เราพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วในที่สุด
การฝึกฝนด้วยเทคนิค Shadowing

การ Shadowing สามารถทำได้หลากวิธี โดยวิธีที่ Engoo นำเสนอในวันนี้เป็นแค่วิธีหนึ่งที่ทุกคนสามารถนำไปฝึกและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับตัวเองได้
ขั้นที่ 1 - เลือกสื่อที่จะใช้ในการฝึกฝน
เลือกสื่อที่เหมาะสมกับระดับความรู้ทางภาษาที่คุณมี และทางที่ดีสื่อนั้นควรมีสคริปหรือซับไตเติ้ล เพื่อให้คุณสามารถอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อความได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ผู้พูดในสื่อต้นฉบับควรเป็นเจ้าของภาษา โดยคุณสามารถเลือกสำเนียงที่ต้องการฝึกฝนได้ เช่น British English หรือ American English
ขั้นที่ 2 - ทำความคุ้นเคยกับสื่อที่ใช้ในการฝึกฝน
ฟังเสียงพร้อมอ่านสคริปแบบรวดเดียวจบ เพื่อทำความคุ้นเคยแบบคร่าว ๆ โดยไม่ต้องสนใจว่าตนเองจะเข้าใจเนื้อหาของสื่ออย่างละเอียดหรือไม่
ขั้นที่ 3 - ฝึกฝนทีละน้อย
เริ่มจากการ Shadow ทีละประโยค โดยทำซ้ำประโยคเดิมสัก 3-5 รอบ เพื่อให้คุ้นชินกับการออกเสียง แล้วจึงเริ่ม Shadow ประโยคใหม่
สิ่งสำคัญในการฝึกฝนขั้นนี้คือการเลียนแบบลักษณะและจังหวะการออกเสียง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สคริป เพราะอาจทำให้คุณโฟกัสกับการอ่านสคริปมากจนเกินไป
ขั้นที่ 4 - ฝึกฝนพร้อมสคริป
เมื่อคุ้นชินแล้ว ให้ทำการ Shadow พร้อมสคริป โดยคุณอาจเพิ่มความยาวของเนื้อความในการ Shadow เช่น ทีละย่อหน้า หรือ รวดเดียวจบ
การใช้สคริปประกอบจะช่วยให้คุณเข้าใจลักษณะการออกเสียง การเน้นพยางค์ โทนเสียงสูงต่ำ และโครงสร้างของประโยคที่ใช้ในการสื่อสารมากขึ้น (และแน่นอนว่าอาจช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของสื่อที่คุณใช้ในการฝึกมากยิ่งขึ้นด้วย)
ขั้นที่ 5 - ฝึกฝนซ้ำเมื่อเวลาผ่านไป
หากเราอยู่เฉย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ทักษะที่เราได้รับมาก็จะทื่อลงเรื่อย ๆ ดังนั้น เราจึงควรฝึกฝนซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาและขัดเกลาทักษะการพูดของเราให้เฉียบแหลมอยู่ตลอดเวลา
หวังว่าเทคนิคที่แนะนำในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ
สำหรับผู้ที่อยากฝึกฝนทักษะการพูดด้วยเทคนิคนี้สามารถใช้ฟีเจอร์การอัดเสียงบทเรียนเพื่อใช้ในการทบทวนหรือ Shadow วิธีการพูดของคุณครูได้ นอกจากนี้ หลาย ๆ บทเรียนของเรา เช่น Daily News ก็มีคลิปเสียงประกอบบทความ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ในการฝึกฝนได้ด้วยเช่นกัน
สำหรับสัปดาห์หน้าจะเป็นหัวข้อเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามได้ทาง Engoo Blog ขอบคุณค่ะ